เช่ารถ ฟุกุโอกะ 2026: ค่าใช้จ่าย ETC และประสบการณ์ขับเที่ยวเบปปุ
ใครแพลนเที่ยวฟุกุโอกะปี 2026 แล้วอยากลองขับรถเที่ยวโซนใกล้ๆ แบบชิลๆ ต้องอ่าน! รวมค่าใช้จ่ายเช่ารถ ETC และทริคขับขี่พวงมาลัยขวาที่ญี่ปุ่นมาฝากจ้า
ทริปฟุกุโอกะล่าสุดของเราเมื่อไม่นานมานี้
ปักหมุดไปพักเบปปุ เมืองเล็กๆ ใกล้ฟุกุโอกะตั้ง 2 คืนแหนะ!
แน่นอนว่าต้องจัดเต็มด้วยการเช่ารถจากสนามบินฟุกุโอกะไปเลยจ้า
วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์แบบจัดเต็ม ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายเช่ารถที่ญี่ปุ่น
ข้อควรรู้เวลาขับรถพวงมาลัยขวา แล้ว ETC คืออะไร จำเป็นมั้ย?
และสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวกันแบบละเอียดเลยนะ!

ถึงแม้จะขับรถในไทยมานานแค่ไหน
แต่พอต้องมาเช่ารถขับที่ญี่ปุ่น ก็อาจจะแอบกังวลนิดๆ หน่อยๆ ได้เหมือนกันเนอะ

สาเหตุหลักๆ เลยก็คือ...พวงมาลัยมันอยู่คนละฝั่งกับบ้านเรานี่แหละ!
ส่วนตัวเราเคยลองขับรถที่ญี่ปุ่นมาแล้วครั้งนึงเมื่อปี 2025 ที่ซากะ
ตอนนั้นรถน้อย ผู้คนก็ขับกันช้าๆ ชิลๆ ทำให้ปรับตัวได้ไวมาก
เลยขับได้แบบสบายๆ ไม่มีปัญหาเลยค่ะ

และในปี 2026 นี้ ก็ได้กลับมาเช่ารถที่ฟุกุโอกะอีกครั้ง
เหมือนเป็นพรหมลิขิตเลยนะเนี่ย! อิอิ
วันนี้เราจะมาบอกหมดเปลือกเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
มีทริคอะไรที่ช่วยให้ขับรถง่ายขึ้น และ ETC คืออะไร จำเป็นแค่ไหน
ตามมาดูกันเลยจ้า!
วิธีเช่ารถที่ญี่ปุ่นง่ายๆ สไตล์สายเที่ยว

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเช่ารถของเราก็คือเรื่อง 'ราคา' นี่แหละค่ะ
เพราะจริงๆ แล้วการเดินทางไปเบปปุจากฟุกุโอกะก็มีหลายทางนะ
ทั้งรถบัสหรือรถไฟ JR ก็ไปได้หมดเลย

แต่เบปปุเนี่ยเป็นเมืองเล็กๆ กว่าฟุกุโอกะเยอะเลย
บางสถานที่ท่องเที่ยวถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็เดินทางลำบากนิดนึง
ถึงจะมีรถสาธารณะแต่ก็รอนานมากกก

ส่วนตัวเราใช้ Klook บ่อยมากเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ
เลยลองเช็กดูว่ามีบริการเช่ารถที่ญี่ปุ่นมั้ย ปรากฏว่ามีนะ!
แถมรายละเอียดก็ครบถ้วน เข้าใจง่ายสุดๆ ไปเลย

ไม่ได้แค่เลือกประเภทรถได้นะ แต่ยังเลือกบริษัทเช่ารถได้ด้วย
สะดวกสบายมากๆ ราคาก็โอเค เลยกดจองไปเลยสิคะ รออะไร!
ค่าเช่ารถ 2 คืน 3 วัน รับรถที่สนามบินฟุกุโอกะ

มาถึงเรื่องสำคัญที่สุด นั่นก็คือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด!
เราเช่ารถ 2 คืน 3 วัน รวมประกันภัยรถยนต์ด้วยแล้ว
อยู่ที่ ประมาณ 4,600 บาท ถือว่าราคาดีงามอยู่นะแก!
ใครสนใจจอง ลองเข้าไปดูตามลิงก์นี้ได้เลยนะ
▼▼▼▼▼
เช่ารถฟุกุโอกะกับ Klook คลิกเลย!

แต่เดี๋ยวก่อน! ค่าเช่าประมาณ 4,600 บาทนี่ ยังไม่รวมค่าน้ำมันกับค่าทางด่วน ETC นะคะ
ซึ่งเราก็จะมาอธิบายส่วนนี้ให้ฟังแบบละเอียดเหมือนกัน!
ข้อมูลทั้งหมดนี้อ้างอิงจากการจองผ่าน Klook นะคะ โปรดทราบ!
Relax Rent-a-car: บริษัทเช่ารถที่ฟุกุโอกะ

เราเลือกเช่ารถกับ Relax Rent-a-car ที่มีจุดรับรถใกล้สนามบินฟุกุโอกะ
ไม่ได้เดินไปได้นะ แต่มีบริการรถรับส่งฟรี ใช้เวลาประมาณ 7 นาทีก็ถึงแล้ว

พอถึงสนามบินปุ๊บ เขาก็จะมารับไปที่บริษัทเช่ารถ
และพอคืนรถแล้วก็มีรถไปส่งกลับสนามบินฟรีอีกด้วย! เริ่ดมากแม่
พนักงานที่มารับเราพูดได้ 3 ภาษาเลยนะ (แต่ไม่มีภาษาไทยกับเกาหลีอ่ะ เสียดาย)


พนักงานอารมณ์ดีและเป็นกันเองมากๆ ทำให้ขั้นตอนการรับรถรวดเร็วสุดๆ
พอจองผ่าน Klook เสร็จ ก่อนวันรับรถเขาก็จะส่งรายละเอียดจุดนัดรับ
พร้อมคลิปวิดีโออธิบายวิธีเดินทางมาให้ทาง KakaoTalk (ถ้าเป็นคนไทยก็อาจจะเป็น Line นะ) ละเอียดดีงามพระรามแปดเลยค่ะ!
เอกสารที่ต้องเตรียมและเรื่อง ETC ที่ควรรู้

แน่นอนว่าต้องมีเอกสารจำเป็นที่ต้องเตรียมไปนะ
คือ ใบขับขี่สากล (International Driving Permit), หนังสือเดินทาง (Passport), และใบขับขี่ไทย
สามสิ่งนี้ห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะ!

ใบขับขี่สากลมีอายุ 1 ปีนะคะ
หลังจากที่เราไปซากะเมื่อปีที่แล้ว (2025) ก็ยังไม่ได้ใช้ใบขับขี่สากลอีกเลย
พอมาทริปฟุกุโอกะปีนี้ (2026) ก็เลยต้องไปทำใหม่จ้า

นี่คือข้อมูลล่าสุดและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการทำใบขับขี่สากลนะ
ถึงจะสมัครออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้รับเมื่อไหร่
แนะนำให้ไปทำที่สำนักงานขนส่งที่ใกล้ที่สุด จะได้แบบวันเดียวเสร็จเลย สะดวกกว่าเยอะ!

และอีกเรื่องคือ ETC (Electronic Toll Collection)
มันก็คือเหมือน Easy Pass บ้านเรานั่นแหละค่ะ
ถึงจะต้องจ่ายเพิ่ม แต่มีไว้ก็สะดวกกว่าเยอะเลยนะ
เราเองก็ไม่ค่อยเก่งภาษาญี่ปุ่น ถ้าต้องมานั่งกดบัตร จ่ายเงินสด อะไรแบบนี้มันจะยุ่งยากกว่า
มี ETC ก็คือผ่านฉลุย ฟีลเหมือนขับรถอยู่บ้านเราเลย


สำหรับ ETC จะมีค่ามัดจำ (ที่ไม่ได้รับคืน) อยู่ที่ 1,200 เยน
ซึ่งตรงนี้จะมีแจ้งไว้ในขั้นตอนการจองแล้ว เลยไม่มีอะไรให้ต้องตกใจนะ
รายละเอียดค่าใช้จ่ายก็จะรวมอยู่ในรายการทั้งหมดตอนจองเลยค่ะ

เวลาขับผ่านด่านเก็บเงินบนทางด่วน ก็ให้มองหาช่อง ETC ที่มีสีม่วงๆ นะคะ
ขับผ่านไปได้เลยแบบชิลๆ ไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่ต้องหยิบบัตร ไม่ต้องจ่ายเงินสด สะดวกสุดๆ!

ถ้าเราใช้ ETC ตอนเช่ารถที่ญี่ปุ่น
ค่าทางด่วนก็จะถูกคำนวณและชำระตอนคืนรถทีเดียวเลยค่ะ
เราขับรถไปเบปปุแล้วก็กลับฟุกุโอกะ ค่าทางด่วนรวมอยู่ที่ 5,560 เยน
ถือว่าค่าทางด่วนที่ญี่ปุ่นจะสูงกว่าบ้านเรานิดหน่อยนะ

ส่วนระบบนำทาง (GPS) ในรถที่ให้มาเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย
ใช้งานไม่ได้จ้า! โชคดีที่เราเตรียมที่ยึดมือถือไปเอง
แต่จริงๆ แล้วรถของ Relax เขาก็มีให้ในรถนะ เผื่อไปก็ดีจ้า

รถที่เราได้เป็น Honda N BOX รุ่นใหม่เลยนะ
มีช่องเสียบ USB และพอร์ตชาร์จไฟให้เยอะแยะเลย
ระบบอำนวยความสะดวกก็คือครบครันสุดๆ ขับสบายมาก
ทริคขับรถที่ญี่ปุ่นและตอนคืนรถ

เรื่องพวงมาลัยคนละฝั่งเนี่ยนะ
พูดไปก็คงนึกภาพตามยาก ต้องลองขับเองถึงจะเข้าใจ
พอได้ลองขับจริงๆ ก็จะค่อยๆ คุ้นชินไปเองแหละ

บางทีขับรถที่ญี่ปุ่นแล้วกลับมาไทยก็มีแอบงงๆ เหมือนกันนะ (เราเป็นอยู่คนเดียวรึเปล่าเนี่ย?)
เลนถนนที่ญี่ปุ่นจะตรงข้ามกับบ้านเราเป๊ะๆ เลย
แต่ไม่ต้องกังวลนะ แค่ขับตามๆ รถคันอื่นไปก็ไม่มีปัญหาแล้ว

แต่ก็มีบางจุดที่อาจจะทำให้สับสนได้นะ
1. ไทย: เลี้ยวขวาผ่านตลอด (ถ้าปลอดภัย), ญี่ปุ่น: เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด (ถ้าปลอดภัย)
2. ไทย: มีสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย, ญี่ปุ่น: มีสัญญาณไฟเลี้ยวขวา

ดังนั้น เวลาจะเลี้ยวขวาที่ญี่ปุ่น ต้องรอสัญญาณไฟ แล้วเลี้ยวแบบวงกว้างๆ เหมือนเวลาเลี้ยวซ้ายบ้านเรา
ต้องจำไว้ว่าเลนที่เราจะเลี้ยวไปมันอยู่ไกลกว่าปกติ แค่นี้ก็ปรับตัวได้แล้วจ้า!

ก่อนคืนรถ เราก็ต้องแวะปั๊มน้ำมันที่ใกล้กับบริษัทเช่ารถที่สุด
แล้วเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนคืนรถนะ
ค่าน้ำมันที่ญี่ปุ่นก็ไม่ได้แพงมาก ถือว่าประหยัดอยู่นะ!

ตอนรับรถมา น้ำมันก็เต็มถัง พอขับไปได้สองขีด
ก่อนคืนรถเราก็เติมกลับให้เต็มถังเหมือนเดิม
จ่ายไป 3,300 เยน ถือว่าค่าน้ำมันไม่แพงเลย

ส่วนใหญ่ปั๊มน้ำมันที่ญี่ปุ่นจะเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย
ถ้าไม่แน่ใจว่าต้องเติมน้ำมันสีอะไร (ประเภทไหน)
อย่าเดาสุ่มเองนะ! ให้ถามพนักงานที่บริษัทเช่ารถ หรือจะส่งข้อความถาม Relax ผ่าน Line ก็ได้เหมือนกันค่ะ (เราก็ทำแบบนั้นแหละ!)
เช่ารถแล้วทริปเที่ยวฟินกว่าเดิมเยอะ!

ถ้าลองเทียบค่าเช่ารถที่ญี่ปุ่นกับค่ารถไฟ JR หรือรถบัสแล้ว
จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่เลยนะ

ยิ่งถ้าไปกันหลายคน หรือไปแบบครอบครัว
การเช่ารถก็ยิ่งคุ้มค่าและสะดวกสบายกว่าเยอะเลยค่ะ
แถมยังได้แวะเที่ยวเมืองเล็กๆ หรือจุดเช็คอินลับๆ ที่รถสาธารณะเข้าไม่ถึงด้วยนะ


ทริปฟุกุโอกะที่เราเช่ารถไปเบปปุครั้งนี้
แม้ว่าระยะทางจะไกลเอาเรื่อง แต่เราก็เก็บที่เที่ยวได้ครบตามที่ตั้งใจไว้เลย
ขับรถแล้วมันคล่องตัวสุดๆ ได้ไปทั้งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและขึ้นกระเช้าลอยฟ้าด้วยนะ!
อย่าลืมเรื่องประกันภัยรถยนต์นะ!

เรื่องประกันภัยรถยนต์นี่คือ 'จำเป็น' มากๆ เลยนะ ไม่ใช่แค่ 'ทางเลือก' นะคะ
เราเลือก Klook Protector ไว้แล้ว
แต่บางทีก็ยังไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ เราต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่

พนักงานของ Relax ก็ใจดีมาก อธิบายให้เราฟังอย่างชัดเจน
เขาเอารูปอุบัติเหตุร้ายแรงๆ มาให้ดูเลยนะ
บอกว่าถ้าไม่หนักขนาดในรูป ส่วนใหญ่ก็จะได้รับการยกเว้นความรับผิดชอบจ้า
(แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพรถด้วยนะ)

ค่าเช่ารถ 2 คืน 3 วัน ประมาณ 4,600 บาทที่เราบอกไปข้างต้น
คือรวม Klook Protector แล้วนะ
พอบวกรวมกับค่า ETC และค่าน้ำมันทั้งหมดแล้ว
ทริปนี้เราจ่ายไปทั้งหมดประมาณ 6,800 - 7,100 บาทเอง!

ถ้าไปคนเดียวก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ
แต่ถ้าไป 2 คนขึ้นไป หรือไปแบบครอบครัว การเช่ารถคือคุ้มกว่าและสะดวกกว่าเยอะ!
แค่คนขับระมัดระวังเป็นพิเศษหน่อยก็พอแล้วจ้า
นี่คือรีวิวประสบการณ์จริงจากการเช่ารถที่ญี่ปุ่น
ที่เราศึกษาข้อมูลและลองใช้บริการมาด้วยตัวเองในทริปที่ผ่านมา
เราจองรถกับ Relax ที่สนามบินฟุกุโอกะผ่าน Klook
แล้วก็ประทับใจมากๆ ทริปนี้แฮปปี้สุดๆ เลยค่ะ
▽▽▽▽▽▽
จองรถเช่าที่ญี่ปุ่นผ่าน Klook คลิกเลย!
📍 สนามบินฟุกุโอกะ (Fukuoka Airport)
778-1 Shimousui, Hakata Ward, Fukuoka, 812-0003 ญี่ปุ่น
📍 Relax Fukuoka International Airport Branch (Relax福岡国際空港店)
5-chōme-13-14 Nishitsukiguma, Hakata Ward, Fukuoka, 812-0857 ญี่ปุ่น
แชร์บทความนี้
เรื่องราวการเดินทางที่เกี่ยวข้อง

ราคาบัตร USJ โอซาก้า 2026: รีวิว Express Pass คุ้มไหม?
รีวิวเจาะลึกราคาบัตร Universal Studios Japan (USJ) โอซาก้า อัปเดตปี 2026 สรุปชัดๆ Express Pass จำเป็นไหม? พร้อมทริคจองตั๋วให้ได้ราคาคุ้มที่สุด!

รีวิว Umitamago Aquarium เบปปุ 2026: อควาเรียมสุดปังที่ต้องไป!
รีวิว Umitamago Aquarium เบปปุ อควาเรียมที่ทำถึงมาก! โชว์แน่นทุก 30 นาที ฟีลกู๊ด ถ่ายรูปสวย ใครมาเที่ยวเบปปุบอกเลยว่าห้ามพลาด คุ้มค่าตั๋วแน่นอนจ้า

Skyliner นาริตะเข้าโตเกียว 2026: ราคาตั๋ว & วิธีจอง
นั่งรถไฟ Skyliner จากนาริตะเข้าโตเกียวแบบง่ายๆ อัปเดตปี 2026 รีวิวครบทั้งวิธีจองตั๋ว ราคา และการแลกบัตร Klook ประหยัดเวลาแถมคุ้มสุดๆ!


