รีวิว Empark Prime Beijing 2026: โรงแรมหรูใกล้หวังฝูจิ่ง
รีวิวละเอียด Empark Prime Hotel Beijing โรงแรม 5 ดาวสุดหรูใจกลางปักกิ่ง ใกล้แหล่งช้อปปิ้งหวังฝูจิ่ง รีโนเวทใหม่ไฉไลกว่าเดิม คุ้มค่าน่าพักสุดๆ!
ปกติเวลาไปเที่ยวคือชั้นซีเรียสเรื่องที่พักมากกก
แถมปักกิ่งเนี่ย ด้วยความที่เป็นเมืองปราบเซียน รีวิวคนไทยก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น
เลยแอบเลือกที่พักยากและเลือกจนหัวจะปวดสุดๆ (งานอดิเรกชั้น: ชอบเซิร์ชหาโรงแรม 555)
วันนี้ก็เลยจะมารีวิวที่พักปักกิ่งรอบนี้กันแบบเรียลๆ
กับรีวิว Empark Prime Hotel Beijing (Beijing Huachiao Tower Ruisi Hotel) นั่นเองจ้า
เวลาไปเที่ยวประเทศจีน
เอาจริง แนะนำให้จองผ่าน Trip.com สะดวกและดีสุดละ ชั้นใช้บ่อยมาก
👇 จองโรงแรม Beijing Huachiao Tower Ruisi Hotel ดีลราคาพิเศษบน Trip.com ที่นี่เลย!
ที่นี่มีหลายชื่อมากกก บางคนก็เรียก 'Prime Wangfujing Hotel' หรือ 'Beijing Prime Hotel'
ส่วนภาษาจีนจะเรียกว่า 'หัวเฉียวต้าซ่า' (Huachiao Tower) นะจ๊ะ
แล้วล่าสุดเหมือนจะอัปเกรดชื่อเป็น 'Beijing Huachiao Tower Ruisi Hotel' ไปอีกกก
พิกัดอยู่เขตตงเฉิง (Dongcheng) นะแก แล้วในปักกิ่งมีโรงแรมชื่อ Empark คล้ายๆ กันอยู่ด้วย เช็กดีๆ อย่าหาไปผิดตึกเชียว!

ความเริ่ดคือโรงแรมนี้เพิ่งรีโนเวทเสร็จเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมานี่เอง
พวกรีวิวแย่ๆ ที่เห็นในเน็ตส่วนใหญ่คือรีวิวก่อนปรับปรุงใหม่ทั้งนั้นเลย
แต่ตอนนี้บอกเลยว่าดีขึ้นเยอะมากกก ดีกว่าคะแนน 3.9 ใน Google Maps เยอะเลยแหละ ให้คะแนนเพิ่มรัวๆ!
แถมรอบนี้ชั้นจองไปช่วงวันธรรมดา เลยได้ราคาดีงามกว่าปกติไปอีก
(ค่าเสียหาย 4 คืน 5 วัน ประมาณ 4,393 หยวน)
ของจริงตรงปกมากกก ถ่ายรูปห้องมายังไง ห้องจริงเป็นงั้นเลย
แอบสรุปข้อดี-ข้อเสียไว้ให้ที่ท้ายโพสต์ด้วยนะ เลื่อนไปอ่านได้เลย!
บรรยากาศล็อบบี้

ล็อบบี้คืออลังการงานสร้าง มีความโมเดิร์นแต่ก็ผสมกลิ่นอายความดั้งเดิมสไตล์จีนแบบตะโกน!
มีแกรนด์เปียโน มีรูปปั้นวัวตัวเบ้อเร่อตั้งอยู่ริมน้ำ
แล้วก็มีงานศิลปะสวยๆ ตกแต่งเพียบ
ส่วนตัวไม่ได้สั่งอาหารเช้าไว้ แต่ห้องอาหารเช้า
คาเฟ่เก๋ๆ ที่มี Afternoon Tea และบาร์ก็อยู่ชั้น 1 หมดเลย สะดวกเว่อร์

คาเฟ่ชั้น 1 คือดีงาม ดีไซน์ขนมหวานแต่ละอย่างคือดีเทลแน่น มีสตอรี่สุดๆ
เค้าบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังหลวงด้วยนะ (แต่อันนี้อาจจะเป็นเมนูตามซีซั่นนะแก)
เห็นควอลิตี้แบบนี้แล้ว แอบคิดว่าเซ็ต Afternoon Tea น่าจะคุ้มค่าน่าลองอยู่
ตัวบาร์เค้าก็มาในคอนเซปต์จีนดั้งเดิม มีค็อกเทลชิคๆ ให้เลือกเพียบ เสียดายไม่ได้แวะไปลองเลย

บรรยากาศด้านนอกโรงแรม
เหมือนตอนรีโนเวทเค้าจะปรับดีไซน์ภายนอกให้ดูสวยหรูคลาสสิกสไตล์จีนขึ้นด้วยแหละ สวยจริงไรจริง

หลังจากเช็กอินแล้ว รู้สึกเหมือนจะได้ห้องพักชั้น 6 หรือชั้น 8 นี่แหละ (แอบลืม 555)
แต่พี่พนักงานคือช่วยขนกระเป๋าขึ้นมาส่งให้ถึงในห้องเลย บริการเริ่ด!
ห้องดีลักซ์ เตียงคิงไซส์ (ไม่รวมอาหารเช้า)
เวลาเช็กอิน: ตั้งแต่ 14:00 น. เป็นต้นไป
เวลาเช็กเอาต์: ก่อนเที่ยง (12:00 น.)


พอเปิดประตูห้องเข้ามาปุ๊บ ฝั่งซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ
ที่มีโซนอาบน้ำ อ่างอาบน้ำ ซิงก์ล้างหน้า และโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันเลย
ส่วนฝั่งขวามีตู้เสื้อผ้า ถัดเข้าไปข้างในคือเตียงนอน โซฟา และหน้าต่างบานใหญ่
โครงสร้างห้องดีมาก ดูโปร่งโล่งสบายตา ไม่รู้สึกอึดอัดเลยสักนิด

แถมระหว่างโซนอ่างอาบน้ำกับเตียงนอน เค้ามีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นให้ด้วยนะ
เวลาจะนอนก็เลื่อนปิดได้เลยเก๋ๆ
เหมือนเค้าจะมีห้องพักสองแบบนะแก แบบที่อ่างอาบน้ำกับฝักบัวอยู่ด้วยกัน
กับแบบที่แยกโซนออกจากกันชัดเจน

อย่างห้องคุณแม่ที่อยู่ชั้น 7 ของโรงแรมเดียวกัน
จะได้ห้องแบบที่แยกตู้อาบน้ำกับอ่างอาบน้ำออกจากกันชัดเจนแบบนี้เลย

ในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเว่อร์ ทั้งลำโพงบลูทูธ ตู้เย็น กาต้มน้ำ กาแฟแคปซูล ไปจนถึงเซ็ตเปิดไวน์
แถมให้น้ำดื่มมาแบบจุกๆ ไม่มีหวง ส่วนของในมินิบาร์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะจ๊ะ
เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งดีเทลจีนดั้งเดิมรอบๆ ห้อง
ยิ่งช่วยทำให้ห้องดูดีมีสไตล์ ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง!


วิวจากห้องนอนของเราค่าาา
ทำเลคือดีงามมาก เดินไปย่านหวังฝูจิ่ง (Wangfujing) แค่ประมาณ 15 นาที
แถมยังอยู่หน้าสถานีรถไฟใต้ดิน National Art Museum (중국미술관역) แบบก้าวเดียวถึง! วิวห้องเราเลยเป็นวิวมิวเซียมชิคๆ
ตรงหน้าต่างมีมู่ลี่ไฟฟ้า กดเปิดปิดอัตโนมัติได้เล้ย

ช่องทีวีในห้องมีให้เลือกค่อนข้างเยอะเลยแหละ
แต่ที่พีคและงงมากแม่คือ มีช่องรัสเซียกับช่องคิวบาด้วยจ้าาา
ปกติไปประเทศอื่นไม่เคยเจอ 5555 ^^..
จริงๆ เราสั่งอาหารหรือเรียกใช้บริการต่างๆ ผ่านหน้าจอทีวีได้นะ
แต่พอกดแล้วมันต้องสแกน QR Code เข้าไปทำหลายขั้นตอน แอบยุ่งยากไปนิด ชั้นเลยขอบายยย
ในห้องมีหนังให้ดูฟรีด้วยนะแก แต่คือมีแต่หนังอินดี้ที่ไม่รู้จักสักเรื่อง เลยไม่ได้เปิดดูเลย 555
ตรงริมหน้าต่างมีโซฟากับโต๊ะกินข้าวเล็กๆ ให้ด้วย
คือมันเริ่ดมากกก เอาไว้ซื้ออาหารเช้าแถวนั้นมานั่งกิน หรือจะจัดมื้อดึก กินผลไม้ก็สะดวกสุดๆ



เดินจากที่พักแค่ 5 นาทีก็เจอร้านซื้อกลับบ้านที่มีทั้งมื้อเช้าและมื้อดึก
ได้กินเจี้ยนปิ้ง (เครปจีน) กับเข่าเหลียงเมี่ยน (หมี่เย็นย่าง) หลังไม่ได้กินนานมากกก และที่เด็ดเกินคาดคือหมูเสียบไม้ย่าง บอกเลยว่ากินแบบฟินๆ อร่อยตาแตก
อร่อยจนต้องซ้ำ
ถ้านึกชื่อร้านออก เดี๋ยวมาอัปเดตให้อีกทีนะ 555
ไปจีนนี่พูดเลยว่า ต่อให้โรงแรมไม่มีอาหารเช้าให้
การได้ไปซื้อของกินแถวนั้นมาแทะเองแบบนี้คือฟินกว่าเยอะ!
สระว่ายน้ำ
เวลาทำการ: 07:00 น. - 22:00 น.
พิกัดชั้น 3


สระว่ายน้ำนี่บางเวลาก็มีไลฟ์การ์ดคอยเฝ้า บางเวลาก็ไม่มีนะ
แต่เรื่องอะไรจะพลาดล่ะค้าาา! วันสุดท้ายก่อนปิด 40 นาที ขอแวบไปเล่นน้ำเอาให้คุ้มค่าห้องหน่อย!
ส่วนห้องฟิตเนสมีนะ...แต่ไม่ได้เหยียบเข้าไปเลยจ้า 555...

ห้องอาบน้ำและเตียงอาบแดด
ถึงด้านในจะไม่ได้กว้างขวางอลังการมาก
แต่เขามีห้องอาบน้ำพร้อมอุปกรณ์อาบน้ำครบครัน
แถมที่เตียงริมสระยังมีน้ำดื่มกับผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ม้วนวางไว้อย่างดี คือดูแลดีเทลเริ่ดมาก สะอาดสะอ้านสุดๆ
ข้อดี
1. อยู่ห่างจากใจกลางเมืองที่วุ่นวายออกมานิดหน่อย (เดินประมาณ 15 นาที) ได้ฟิลชิลๆ สัมผัสวิถีชีวิตคนท้องถิ่นและร้านอาหารสตรีทฟู้ดโลคอลเพียบ
2. รีโนเวทใหม่เมื่อปี 2021 ได้ทั้งฟีลจีนโบราณย้อนยุคและเก๋ไก๋ทันสมัยในเวลาเดียวกัน
3. ความสะอาดดีงาม อุปกรณ์อาบน้ำใช้ของดีมีคุณภาพ (กลิ่นเกรปฟรุตหอมสดชื่นมาก!)
4. ระดับ 5 ดาวแต่ราคาเอื้อมถึงได้ แถมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
5. พนักงานน่ารักเป็นกันเอง พยายามช่วยเหลือคนต่างชาติอย่างเต็มที่
6. ประตูเลื่อนและมู่ลี่กั้นดีมาก เสียงข้างนอกไม่เข้าเลย เก็บเสียงถือว่าผ่าน!
ข้อเสีย
1. แอบมีฝุ่นนิดหน่อย (อันนี้ปัญหาคลาสสิกของที่พักในจีน แต่ที่นี่ถือว่ายังดีกว่าหลายที่นะ)
2. น้ำในห้องน้ำแอบระบายไม่ทัน มีเอ่อล้นออกมาบ้าง
3. วิธีเปิด-ปรับแอร์นี่เล่นท่ายากจัด จนตอนกลับยังงงๆ อยู่เลยว่าปรับยังไง 555
สรุปภาพรวม: อยากกลับมาพักอีกแน่นอน! (10/10)
ถ้าได้ไปปักกิ่งรอบหน้า,
คงต้องคิดหนักเลยว่าจะกลับมานอนนี่ หรือจะเลือกโรงแรมใจกลางหวังฝูจิ่งดี!
แต่เอาจริง ที่นี่ข้อดีกลบข้อเสียมิดเลย เหมาะกับการมานอนชิลทำโฮสเทล/โฮ캉ซ์สุดๆ!
อ๊ะ! แถมให้อีกนิด เดินออกจากโรงแรมประมาณ 15 นาที
เดินตรงดิ่งงงงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ "หวังฝูจิ่ง" แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิต เอาภาพมาฝากกันสักหน่อย!

ตอนมาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนนี่เคยมาหวังฝูจิ่งแค่ครั้งเดียวเองนะ
ไม่รู้ว่าตอนนั้นยังละอ่อนไม่ประสีประสา หรือว่า
ช่วงโควิดที่ผ่านมามันเปลี่ยนไปเยอะก็ไม่รู้ เดี๋ยวนี้มีของให้ดู ให้ช้อปเพียบเลยแก!


เหมือนว่าทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ จะมีตลาดนัดสุดสัปดาห์ด้วยนะ?
เดินไปเจอซุ้มขายขนมโบราณปักกิ่งร้านนึง
เขาทำหน้าตาออกมามุ้งมิ้งน่ารักมากกก จนต้องหยุดแชะภาพเก็บไว้เลย
แล้วก็แวะไปส่องช็อป Lego ที่หวังฝูจิ่งด้วย


ตอนแรกคิดว่าจะคุ้มค่าเวลาเดินเข้าไปไหมนะ? แต่พอเข้าแล้วบอกเลยว่าต้องมา!
มีโมเดลต่อเลโก้เป็นรูปมังกร สิงโต แพนด้า อลังการงานสร้างมากกก

ขนาดฉันที่ไม่ใช่ติ่งเลโก้ เห็นเซ็ตไซอิ๋ว (ซุนหงอคง) แล้วยังอยากได้จนกระเป๋าตังค์สั่นพั่บๆ!
เช้าอีกวัน ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปลองอีกร้านนึง


มาลองกิน "ถังโหยวปิ่ง" (แป้งทอดเคลือบน้ำตาลทรายแดง)
เมนูอาหารเช้าจีนโปรดของฉันที่ไม่ได้กินนานมากกก
ร้านแบบนี้จริงๆ มีอยู่ทุกหัวมุมถนนแหละ
แต่เนื่องจากร้านนี้เขาว่าดังระดับตัวแม่ เลยขอลองสั่งนั่นนี่มาลองให้หมด!
แต่เอาจริง... ฉันว่าน่าจะมีร้านอื่นที่ทำแป้งได้กรอบนอกนุ่มในสะใจกว่านี้นะ
อ้อ แต่อันนี้เตือนไว้ก่อน! ถ้าพูดจีนไม่ได้เลย อาจจะสั่งยากนิดนึงนะร้านนี้
https://maps.app.goo.gl/Xe6X1j22gjod7JiP9
Zengshengkui Snack Bar · Dongcheng, Beijing

มีโอกาสได้เจอ "หยางเหมย" (แว็กซ์เบอร์รี่) ผลไม้ป่าหน้าร้อนของจีนที่หากินยากมากกก เพราะฤดูกาลสั้นสุดๆ
รอบนี้เห็นปุ๊บเลยไม่รอช้า รีบสอยมาลองชิมทันที
แต่ผลลัพธ์คือ... บายจ้าาา รสชาติแอบแปลกๆ เหมือนกินบรอกโคลีกลิ่นเบอร์รี่อ่าแก๊ 5555...
(หรือจริงๆ ฉันอาจจะดวงซวยหยิบได้ลูกที่ไม่อร่อยเองก็ได้นะ... ใครเคยลองแล้วอร่อยบอกด้วยยย)
👇 จองโรงแรม Beijing Huachao Tower Ruiisi Hotel ดีลราคาโปรพิเศษสุดคุ้มบน Trip.com ที่นี่เลย!







