รีวิว Courtyard by Marriott Sapporo 2026: ที่พักสุดชิล ใกล้สวนสาธารณะนากาจิมะ
ถ้ากำลังมองหาที่พักในซัปโปโรที่เดินทางสะดวก แต่ก็ยังได้ฟีลสงบๆ ไม่วุ่นวาย ลองมาดูรีวิว Courtyard by Marriott Sapporo ใกล้สวนนากาจิมะโคเอ็นกันค่ะ
กำลังโหลด...
ถ้ากำลังมองหาที่พักในซัปโปโรที่เดินทางสะดวก แต่ก็ยังได้ฟีลสงบๆ ไม่วุ่นวาย ลองมาดูรีวิว Courtyard by Marriott Sapporo ใกล้สวนนากาจิมะโคเอ็นกันค่ะ

ถ้าดูในเมืองซัปโปโรนะ จะมีสถานีรถไฟใต้ดินหลักๆ ตั้งแต่สถานีซัปโปโร, สวนโอโดริ, ซูซูกิโนะ และสวนสาธารณะนากาจิมะ เรียงกันอยู่ข้างบนเลย
สถานีซัปโปโรที่เป็นศูนย์กลางการเดินทาง, สวนโอโดริที่เทศกาลหิมะซัปโปโรจัดขึ้น, และซูซูกิโนะที่มีห้างสรรพสินค้าและถนนช้อปปิ้งเพียบ! พวกนี้ถือเป็นศูนย์กลางของเมืองซัปโปโรเลย ส่วนสวนสาธารณะนากาจิมะที่เป็นที่ตั้งของ Courtyard by Marriott Sapporo เนี่ย จะมีความรู้สึกเงียบสงบกว่านิดหน่อย

จากสนามบินชินชิโตเสะ เราก็ขึ้นรถไฟ JR Rapid Airport มาลงที่สถานีซัปโปโร แล้วเปลี่ยนไปขึ้น JR Namboku Line เพื่อไปลงที่สถานีนากาจิมะโคเอ็นได้เลยจ้า


ถ้าจะไปโรงแรม แนะนำให้ออกทางออก 1 ของสถานีรถไฟใต้ดินจะดีที่สุดนะ

เพราะกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เบิ้ม! เลยขึ้นบันไดไม่ไหว เลยต้องใช้ลิฟต์ไปเลยจ้า

พอออกมาจากทางออก 1 ก็เจอรถขายยาคิอิโมะ (มันหวานเผา) เลยแก! 🍠
หน้าหนาวแบบนี้ มันหวานเผานี่แหละคือของว่างที่ฟินสุดๆ แล้ว!
นี่เพิ่งเคยเห็นมันหวานเผาที่ขายบนรถครั้งแรกเลยนะเนี่ย

ไม่รู้เพราะโรงแรมเยอะรึเปล่า แต่เห็นนักท่องเที่ยวเยอะแยะเต็มไปหมดเลยแถวนี้


พอออกมาจากทางออก 1 ปุ๊บ ก็จะเห็น Courtyard by Marriott Sapporo ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้าเลย
ภายนอกโรงแรมและทางเข้า


โรงแรมอยู่ห่างจากสถานีเดินแค่ประมาณ 5 นาทีเอง
อาจจะเพราะเป็นโรงแรมที่เพิ่งเปิดเมื่อปีที่แล้วมั้งนะ ดูภายนอกก็ดูสะอาดตามากๆ เลย


เรามาถึงตอนช่วงเย็นพอดี แล้วก็อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นวันเริ่มเทศกาลหิมะซัปโปโรด้วยมั้ง คนเลยเยอะเบอร์ที่ต้องต่อคิวเช็คอินเลยอะ


ล็อบบี้ก็แอบเล็กไปนิดนึงนะ
เห็นแขกที่มาเป็นครอบครัวก็เยอะเลย



ที่ล็อบบี้มีร่มให้เช่าด้วยนะ
แล้วก็มีเลื่อนหิมะกับของเล่นเล่นหิมะให้เด็กๆ ยืมไปใช้ได้ด้วย!

ประมาณครึ่งหนึ่งของล็อบบี้ชั้น 1 ถูกใช้เป็นส่วนของเลานจ์นะ


ลิฟต์ที่นี่เป็นระบบที่แค่แตะคีย์การ์ดปุ๊บ มันก็จะพาไปชั้นของเราเองอัตโนมัติเลย
ถ้าไม่มีคีย์การ์ด ลิฟต์ก็จะไม่ทำงานเลยนะ


ได้ห้องพักชั้น 5 แล้วก็ตรงดิ่งไปที่ห้องเลยจ้า
ห้องพัก
คือเราจองแบบใช้พ้อยท์ไง ก็เลยได้ห้อง Superior King Bed ที่ชั้น 5
พอวันถัดไปอีกวันที่กลับมาพักใหม่ ก็ได้อัปเกรดเป็นห้อง Deluxe King Bed ด้วยนะเออ!



ในห้องมีเตียงคิงไซส์ แล้วก็มีเก้าอี้แบบเตียงตรงหน้าต่างด้วยนะ
เป็นโรงแรมที่เพิ่งสร้างเมื่อปีที่แล้ว เลยให้ฟีลโรงแรมใหม่ สะอาดเอี่ยมอ่องเลย


ขนาดห้องอาจจะไม่ได้ใหญ่เว่อร์วัง แต่ก็กว้างพอสำหรับ 2 คนพักสบายๆ เลยล่ะ
แถมปกติโรงแรมญี่ปุ่นห้องจะเล็กๆ ใช่ปะ พอมาเจอที่นี่ก็เลยรู้สึกว่าเออ...มันก็กว้างนะ (สำหรับมาตรฐานญี่ปุ่นอ่ะนะ)


มีน้ำเปล่า 3 ขวดกับกาแฟแคปซูลให้เป็นของปกติอยู่แล้ว ส่วนกล่องสีมิ้นท์นั่นมันเป็นเหมือนลูกอมรสมิ้นท์ที่เค้าให้เป็นของขวัญตอนเช็คอินคนละชิ้นแหละ


มีแก้ว ช้อน ตู้เย็นให้ครบ
เราสั่งน้ำกับน้ำแข็งเพิ่มไปนะ แต่เค้าให้ฟรี ไม่คิดตังค์เลยจ้า
ห้องน้ำและห้องสุขา


ชักโครกกับอ่างล้างหน้าอยู่ติดกันเลยจ้า แล้วข้างๆ ก็มีโซนตู้อาบน้ำด้วยนะ


อุปกรณ์อาบน้ำก็มีเกือบครบทุกอย่างเลย ตั้งแต่แปรงสีฟัน มีดโกน น้ำยาบ้วนปาก สบู่ หวี คอตตอนบัด หมวกอาบน้ำ คืออะไรที่ควรมีก็มีหมดอะ
ส่วนแชมพู ครีมนวดผม และสบู่เหลวอาบน้ำก็มีแยกให้ตรงฝักบัวนะ


ในตู้เสื้อผ้ามีรองเท้าแตะ 2 คู่จ้า
ส่วนโต๊ะข้างเตียงก็มีนาฬิกาปลุกที่ชาร์จมือถือไร้สายได้ โทรศัพท์ และสมุดโน้ตกับปากกาให้ด้วย
เราลองขอให้โทรปลุกตอนเช้าวันถัดไป เค้าเหมือนจะคีย์เข้าระบบแล้วโทรมาอัตโนมัติเลยนะ

หลังจากเที่ยวเสร็จตอนกลางคืน เราก็มาใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม เป็นแบบเซ็นโตะ (โรงอาบน้ำสาธารณะเล็กๆ) ก็พาคุณลูกชายไปแช่น้ำร้อนด้วยกัน โคตรฟินเลยจ้า หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง!
แขกที่มาพักสามารถใช้บริการได้ฟรีนะเออ! เปิดตั้งแต่ 06:00 - 11:00 น. แล้วก็ 15:00 - เที่ยงคืน คือดีงามตรงที่ใช้ได้ยันดึกเลยนี่แหละ
คือตอนเย็นเราไปถึงก็แค่เก็บของแล้วก็รีบออกไปเที่ยวในเมืองซัปโปโรเลย ไม่ได้มีโอกาสใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากมาย แต่ข้อดีคืออยู่ใกล้รถไฟใต้ดินนะ แล้วก็มีความเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนใจกลางเมือง แถมยังเป็นโรงแรมที่สร้างไม่ถึงปีอีก สะอาดเอี่ยมอ่อง นี่แหละคือข้อดีสุดๆ
แม้ว่าความเงียบสงบ สะอาด จะเป็นข้อดี แต่จาก Nakajima Park ที่โรงแรมตั้งอยู่ ไป Susukino, Odori, หรือ Sapporo Station เนี่ย ต้องนั่งรถไฟใต้ดินนะ ค่าเดินทางก็จะอยู่ประมาณ 0 บาท
ถ้าใครแพลนว่าจะเที่ยวในเมืองเป็นหลักนะ แนะนำให้หาโรงแรมแถวๆ Susukino, Odori, หรือ Sapporo Station ไปเลย จะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟใต้ดินบ่อยๆ ไง
ส่วนใครที่เป็นแฟนตัวยงของ Marriott หรือมี Loyalty Tier อยู่แล้วละก็ Courtyard Sapporo คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลยนะ
เช็คราคา Courtyard by Marriott Sapporo ที่เว็บไซต์ทางการ
เช็คราคา Courtyard Sapporo ที่ HotelsCombined
จากสนามบินนิวชิโตะเซะ ให้ขึ้นรถไฟ JR Rapid Airport ลงที่สถานีซัปโปโร จากสถานีซัปโปโร ให้เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟ JR Namboku Line และออกที่ทางออก 1 ของสถานี Nakajima-Koen โรงแรมจะอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 5 นาทีโดยการเดิน
ที่ล็อบบี้มีร่มให้เช่า และมีเลื่อนหิมะกับของเล่นสำหรับเล่นหิมะให้เด็กๆ ยืมใช้บริการได้ นี่เป็นบริการที่มีประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว
แขกผู้เข้าพักสามารถใช้บริการ Sento ได้ฟรี เวลาทำการคือตั้งแต่ 6:00 น. ถึง 11:00 น. และตั้งแต่ 15:00 น. ถึงเที่ยงคืน
ค่าโดยสารรถไฟใต้ดินจาก Nakajima-Koen ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม ไปยัง Susukino, Odori และสถานี Sapporo อยู่ที่ประมาณ 210 เยน ควรพิจารณาเรื่องนี้หากคุณวางแผนที่จะเที่ยวชมเมืองเป็นหลัก

ปักหมุด Sapporo Biei Bus Tour 2026! ทริปวันเดียวสุดคุ้ม พาไปฟิน Furano, Blue Pond, Farm Tomita และ Shikisai Hill พร้อมทริคเด็ดๆ ถ่ายรูปสวยเป๊ะ ห้ามพลาด!

สงสัยไหมว่าฮอกไกโดหน้าร้อน อากาศเป็นยังไง? มาดูกันว่าเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2026 ที่ซัปโปโร โอตารุ ฮาโกดาเตะ อุณหภูมิประมาณไหน ต้องแต่งตัวยังไงให้ชิล ไม่พลาดมุมถ่ายรูปสวยๆ!

ใครมีแพลนกลับจากซัปโปโรต้องอ่าน! สนามบินชินชิโตเซะไม่ได้มีแค่ไฟลต์บิน แต่ยังมีของฝากเด็ดๆ ราเมงอร่อยๆ และโซนให้เที่ยวเพียบ มาดูทิปส์ลับที่ต้องรู้ก่อนบินกลับไทยกัน!

ใครอยากสัมผัสความงามของฮอกไกโดแบบจัดเต็มในวันเดียว ห้ามพลาดทัวร์ Biei Sapporo! เราจะพาไปเช็คอินจุดถ่ายรูปสวยๆ อย่างนิงเกิ้ลเทอเรส น้ำตกหนวดขาว และเพลิดเพลินกับวิวธรรมชาติสุดปัง พร้อมทริคเด็ดๆ ให้เที่ยวฟินกว่าเดิม!

เตรียมตัวเที่ยวซัปโปโรปี 2026 ให้ปัง! เราสรุปวิธีเดินทางจากสนามบินชินชิโตเสะเข้าเมืองไปสถานีซัปโปโรและย่านซูซูกิโนะแบบง่ายๆ เลือกยังไงให้เหมาะกับทริปของเราที่สุด มาดูกัน!

บินในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกที่สนามบิน New Chitose Sapporo ไม่ต้องกลัวหลง! เราจะพาไปดูทุกซอกทุกมุม ทั้งโซนช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และที่พักผ่อนก่อนเดินทางต่อ!