รีวิวสมอลทัวร์นครวัด 2026: เที่ยวอังกอร์ธมกับไกด์ท้องถิ่น
รีวิวสมอลทัวร์นครวัดช่วงเช้า เจาะลึกอังกอร์ธม ปราสาทบายน บาปวน ลานช้าง พร้อมรีวิวไกด์ท้องถิ่นที่ดูแลดี ถ่ายรูปสวยเป๊ะ ปักหมุดแพลนเที่ยวปี 2026 เลย!
สวัสดีค่าเพื่อนๆ นักเดินทางทุกคน! วันนี้เราจะมารีวิวแพลนเที่ยวคัมโบเดีย (กัมพูชา) แบบลุยเดี่ยวหรือจะพากลุ่มเพื่อนไปเช็คอินก็ฟินสุดๆ
โดยเฉพาะไฮไลท์เด็ดในวันที่สองของทริปเสียมราฐ นั่นก็คือ 'สมอลทัวร์ นครวัด (Angkor Wat Small Tour)' ช่วงเช้ากับไกด์ท้องถิ่น คุณนีมอล ค่ะ!
โดย ทราเวลซัน (Travel Sun)


สวัสดีค่ะทุกคน! ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศใกล้ไทย แนะนำกัมพูชาเลยจ้า
วันแรกเราเน้นเดินทางเข้าที่พักและนอนพักผ่อนเก็บแรงไว้ก่อน
ส่วนวันที่สองเราก็พร้อมลุยทัวร์โบราณสถานสุดอลังการระดับโลกกันแล้ว!
เปิดประเดิมด้วย 'สมอลทัวร์' หรือทัวร์วงรอบเล็กช่วงเช้า
ซึ่งทริปนี้เราได้จองไกด์ท้องถิ่นที่พูดภาษาไทยและเกาหลีได้ดีอย่าง 'คุณนีมอล' มาดูแล
บริการจะเริ่ดและประทับใจขนาดไหน ตามไปอ่านรีวิวกันเลยค่ะ!
การจองไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยวนครวัด
ที่กัมพูชามีกฎว่าเฉพาะคนท้องถิ่นที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้นถึงจะนำทัวร์ได้นะคะ
เราเลยติดต่อจองไกด์ล่วงหน้ามาจากไทยเลยค่ะ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
ไกด์ดังๆ ที่คนรีวิวเยอะก็จะมีคุณแมงโจ, คุณโซจี และคุณนีมอล
เราลองทักแชท KakaoTalk ไปคุยเพื่อเช็คคิวและวางแผนการเดินทาง
เนื่องจากเราจองกระชั้นชิดไปหน่อย คิวของคุณแมงโจเลยเต็ม (ฮอตสุดๆ จริงๆ)
แต่โชคดีมากที่ได้คิวของคุณนีมอล ซึ่งหลายคนรีวิวว่าอธิบายประวัติศาสตร์เก่งมาก
และเทคแคร์ดีสุดๆ เลยตกลงเลือกทัวร์กับคุณนีมอลค่ะ
ปกติทัวร์นครวัดจะแบ่งเป็น สมอลทัวร์ (วงรอบเล็ก) และบิ๊กทัวร์ (วงรอบใหญ่)
การเดินทางจะใช้รถตู้ส่วนตัวพร้อมคนขับ ซึ่งราคาจะคิดเป็นต่อคัน
แนะนำให้หาเพื่อนร่วมทริปไปสัก 4 คน กำลังดีเลยค่ะ นั่งสบายและช่วยหารค่ารถได้คุ้มเว่อร์!
(สามารถหาเพื่อนร่วมทริปตามกลุ่มท่องเที่ยวในเฟซบุ๊กได้เลยน้า)
KakaoTalk ID ของคุณนีมอล: nimol2022


ราคาไกด์นำเที่ยวนครวัด อัปเดตปี 2026
ทริปนี้เราจัดเต็มทั้งสมอลทัวร์และบิ๊กทัวร์เลยค่ะ
สำหรับสมอลทัวร์ + ชมพระอาทิตย์ตกดินที่พนมบาเค็ง (Phnom Bakheng)
ค่าไกด์จะอยู่ที่ 50 USD (ประมาณ 1,750 บาท) และค่ารถตู้ 40 USD (ประมาณ 1,400 บาท)
(ราคานี้ถือเป็นมาตรฐานของไกด์ท้องถิ่นที่นี่เลยค่ะ)
พวกเราไปกัน 4 คน ตกคนละประมาณ 22.5 USD (ประมาณ 790 บาท) เท่านั้นค่ะ!
คุ้มค่าเกินราคามากๆ
คุณนีมอลคอยดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่พาไปซื้อตั๋ว อธิบายประวัติศาสตร์แต่ละจุดอย่างละเอียด
แถมยังมีน้ำดื่มเย็นๆ คอยแจกให้ตลอดทาง ไม่ต้องพกไปเองให้หนักเลยค่ะ
ใครที่อยากได้ความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับโบราณสถานอังกอร์ แนะนำคุณนีมอลเลยจ้า
ที่สำคัญคือถ่ายรูปเก่งมากกก หามุมสวยๆ ให้ตลอดทริป กดไลก์รัวๆ เลย!

แพลนสมอลทัวร์ช่วงเช้า
คำว่าสมอลทัวร์ (Small Tour) อาจจะฟังดูเหมือนเล็กๆ ชิลๆ
แต่จริงๆ แล้วเป็นการเดินชมปราสาทหลายๆ แห่งที่รวมกันอยู่ ซึ่งใช้พลังงานเยอะกว่าบิ๊กทัวร์อีกค่ะ!
ปกติคนจะชอบทำบิ๊กทัวร์ก่อนแล้วค่อยมาสมอลทัวร์วันรุ่งขึ้น
แต่ช่วงที่เราไปดันมีงานอีเวนต์ใหญ่ทำให้นครวัดปิดในวันถัดไป
เราเลยต้องสลับเอาสมอลทัวร์มาลุยเป็นวันแรกแทนค่ะ
แพลนสมอลทัวร์ช่วงเช้าของเรา ได้แก่:
อังกอร์ธม (ประตูทิศใต้, ปราสาทบายน, ปราสาทบาปวน, ลานช้าง)
ตามไปดูรายละเอียดกันเลยจ้า

เราเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่ 08:00 น. นั่งรถตู้คันใหญ่นอนแอร์เย็นฉ่ำสบายสุดๆ
จุดแรกที่เราต้องแวะคือ สำนักงานขายตั๋วเพื่อซื้อบัตรเข้าชมอังกอร์ (Angkor Pass)
ราคาตั๋วเข้าชมอังกอร์วัด อัปเดตปี 2026:
บัตร 1 วัน ราคา 37 USD (ประมาณ 1,300 บาท), บัตร 3 วัน ราคา 62 USD (ประมาณ 2,170 บาท) และบัตร 7 วัน ราคา 72 USD (ประมาณ 2,520 บาท)
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมซื้อแบบ 3 วันกันค่ะ
เดี๋ยวนี้เราสามารถซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าได้แล้วนะคะ สะดวกรวดเร็วไม่ต้องไปต่อคิวให้เสียเวลาเลย
แนะนำให้ซื้อล่วงหน้าไปเลยค่ะ สะดวกสุดๆ!
>>ซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่นี่เลย<<

ส่วนเราเลือกไปซื้อที่หน้าเคาน์เตอร์ค่ะ
ตอนซื้อตั๋วเขาจะถ่ายรูปสดๆ ของเราตรงนั้นเลย แล้วพิมพ์รูปแปะลงบนบัตร
หยิบบัตรขึ้นมาดูทีไรก็แอบขำรูปตัวเองทุกที 5555


กฎเหล็กของการเข้าชมนครวัดคือ ห้ามใส่เสื้อเผยไหล่และกางเกง/กระโปรงต้องคลุมเข่านะคะ
เราเลยจัดคอสตูมมิดชิดแต่พริ้วไหว ถ่ายรูปออกมาจะได้ดูสวยเก๋ตัดกับโบราณสถานค่ะ
จุดแรกที่เราแวะชมคือ ประตูทิศใต้ของอังกอร์ธม (Angkor Thom South Gate)
คุณนีมอลเริ่มต้นด้วยการอธิบายประวัติศาสตร์และความเชื่อทางศาสนาของกัมพูชาโบราณให้เราฟัง
คำว่า 'อังกอร์ธม' แปลว่า เมืองที่ยิ่งใหญ่
ด้านในไม่ได้มีแค่ปราสาทเดียว แต่เป็นที่ตั้งของปราสาทและโบราณสถานหลายแห่งเลยค่ะ
รอบๆ ประตูเมืองจะมีคูเมืองขนาดใหญ่ล้อมรอบ
คุณไกด์บอกว่าน้ำในคูเมืองนี้มีความสำคัญมากในการพยุงโครงสร้างของปราสาทหินไม่ให้ทรุดตัวลงไปค่ะ
ภูมิปัญญาคนโบราณนี่สุดยอดจริงๆ!


เดินผ่านสะพานทางเข้าอังกอร์ธม
สองข้างทางจะเต็มไปด้วยรูปปั้นแกะสลักหินของเทวดาและอสูรกำลังยื้อยุดพญานาคเพื่อกวนเกษียรสมุทร
สังเกตดูจะเห็นว่ามีบางรูปปั้นที่มีสีหินต่างกัน เพราะเป็นการนำหินใหม่มาบูรณะทดแทนของเดิมที่ชำรุดไปค่ะ

จากนั้นนั่งรถต่อมาอีกนิดก็ถึง ปราสาทบายน (Bayon Temple)
ปราสาทนี้สร้างขึ้นในพุทธศาสนานิกายมหายานค่ะ

ไฮไลท์ของปราสาทบายนคือ ยอดปราสาทแกะสลักเป็นรูปใบหน้ายิ้มอวโลกิเตศวรขนาดใหญ่
ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็รู้สึกเหมือนมีสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตามองลงมาหาเราตลอดเวลาเลยค่ะ



ต้องขอบคุณไกด์นีมอลที่คอยหามุมสวยๆ และกดชัตเตอร์รัวๆ ให้พวกเรา
ทำให้ได้รูปสวยปังกลับไปอวดเพื่อนเพียบเลยค่ะ!


นอกจากนี้รอบๆ กำแพงปราสาทบายน
ยังมีภาพสลักนูนต่ำที่ยาวต่อเนื่อง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามและการใช้ชีวิตประจำวันของคนโบราณ
ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักประวัติศาสตร์ในการศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวขแมร์ในอดีตมากค่ะ
ถ้ามองดีๆ จะเห็นภาพการรบด้วยช้าง ภาพลิง และวิถีชีวิตชาวบ้านที่น่าสนใจและแอบตลกปนอยู่ด้วยนะ
ตอนฟังคุณไกด์อธิบายคือตื่นเต้นและอินมากกก
แต่พอเวลานานเข้า รายละเอียดประวัติศาสตร์ก็เริ่มเลือนลางไปบ้างแล้วล่ะค่ะ 555
จุดถัดมาคือ ปราสาทบาปวน (Baphuon Temple)


ทางเดินเข้าสู่ปราสาทบาปวนเป็นสะพานหินยกระดับทอดยาวอย่างยิ่งใหญ่
จุดนี้คุณไกด์จะไม่ได้เดินขึ้นไปด้านบนด้วยนะคะ แต่จะปล่อยให้เราเดินขึ้นไปสำรวจและถ่ายภาพตามอัธยาศัย


ระหว่างทางเดินเข้า เราเจอน้องลิงป่ามารอต้อนรับเต็มเลยค่ะ น่ารักและเชื่องมากๆ

ปราสาทบาปวนขึ้นชื่อเรื่องบันไดทางขึ้นที่ชันสุดๆ
ชันถึง 72 องศาเลยทีเดียวค่ะ!
ตอนเดินลงนี่แอบขาสั่นเบาๆ แต่รับรองว่าวิวข้างบนสวยคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน



มองลงมาจากยอดปราสาทคือสวยงามและมีเสน่ห์มากๆ ค่ะ
ทริปนี้ต้องเดินเยอะมากจริงๆ แนะนำให้สวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายที่สุดมานะคะ!
ปิดท้ายตารางทัวร์ช่วงเช้าที่ ลานช้าง (Terrace of the Elephants)
เราสามารถเดินเชื่อมต่อมาจากปราสาทบาปวนได้เลยค่ะ
ถึงจุดนี้บอกเลยว่าแดดกัมพูชาเริ่มแผดเผาจนเริ่มล้า
แต่เพื่อรูปสวยๆ และประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ฮึบไว้ค่ะทุกคน!


ระหว่างทางเราแวะผ่านชม ปราสาทพิมานอากาศ (Phimeanakas) แบบห่างๆ ด้วยค่ะ

ลานช้าง ได้ชื่อมาจากภาพแกะสลักหินรูปช้างสามเศียรที่ประดับอยู่รอบพลับพลา
ในอดีตที่นี่เคยเป็นสถานที่ที่กษัตริย์ใช้ต้อนรับกองทัพที่ชนะศึกสงครามกลับมา
หรือใช้เป็นลานประกอบพิธีกรรมต่างๆ ค่ะ

ที่ลานช้างยังมีภาพสลักรูปสัตว์และเทพเจ้าฮินดูต่างๆ เช่น พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม
ซึ่งคุณไกด์บอกว่าเราสามารถดูรูปสลักสัตว์พาหนะเพื่อจำแนกได้ว่าแต่ละจุดสร้างอุทิศให้เทพองค์ไหน

เสาหินแกะสลักรูปช้างเรียงรายเป็นแนวยาว
เป็นความงดงามทางสถาปัตยกรรมโบราณที่หาดูไม่ได้ในไทยเลยค่ะ
ตอนนี้ที่นี่ยังคงมีการบูรณะปฏิสังขรณ์อย่างต่อเนื่อง
แถมรู้มาว่าประเทศไทยเราก็มีส่วนร่วมในการบูรณะโบราณสถานบางแห่งในกัมพูชาด้วย รู้สึกภูมิใจเบาๆ เลยค่ะ



เย้! ในที่สุดก็จบทัวร์ช่วงเช้าอันแสนตื่นเต้น
เราแวะไปทานมื้อเที่ยงและสั่งกาแฟเย็นๆ มาเติมพลังงานเข้าร่างกายกันค่ะ
ด้วยอากาศที่ร้อนทะลุ 30 องศาเซลเซียส ทำให้เหนื่อยจนกินข้าวแทบไม่ลงเลยค่ะ เหงื่อซกเหมือนอาบน้ำ 555
แต่ความอลังการของโบราณสถานที่ได้เห็นคือคุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ!
แล้วเดี๋ยวช่วงบ่ายเรายังมีโปรแกรมลุยกันต่อยาวๆ ไปจนถึงชมพระอาทิตย์ตกดินเลยค่ะ
ใครวางแผนเที่ยวคัมโบเดียด้วยตัวเองปี 2026 นี้ เตรียมร่างกายและรองเท้าคู่เก่งให้พร้อมแล้วไปลุยกันนะคะ!
อ่านรีวิวการเดินทางทริปกัมพูชาอื่นๆ ของเราได้ที่นี่เลย!
แนะนำที่พักคัมบูเจีย รีวิวโรงแรมพร้อมสระว่ายน้ำสุดชิล Eightfold Urban Resort
>> อัปเดตข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่นี่ <<
<กดลิงก์ด้านล่างเพื่อติดตามและเป็นกำลังใจให้ Travel Sun ด้วยนะคะ>








