ช่วงหน้าร้อนเดือนสิงหาฯ ที่แดดกำลังเปรี้ยงๆ
ก็เลยคิดว่าจะไปเที่ยวพักร้อนที่ไหนดีน้า~
ที่เล็งไว้มานานก็คือ โคตาคินาบาลู
ก็เลยลองหาตั๋วเครื่องบินดูว่ามีไฟลต์ไหนราคาโดนๆ บ้าง
ช่วงนั้นเป็นช่วงไฮซีซั่น แถมยังติดวันหยุดยาวอีก
พอคิดจะไปช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนสิงหาฯ ราคาก็เลยพุ่งปรี๊ดเลยจ้า
เลยจัด SkyScanner ค้นหาราคาดีๆ แบบไม่ลังเล!
ตอนนั้น AirAsia เขามีโปรโมชั่นลดราคาพิเศษอยู่พอดี
แต่ดันไม่ได้จองทันที
ถึงจะมาช้าไปหน่อย แต่ก็ได้ราคาที่ถือว่าโอเคเลยนะ
ก็เลยกดจองแล้วจ่ายเงินทันทีเลยจ้า
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ใช้บริการ AirAsia ก็เลยแอบตื่นเต้นนิดหน่อย
จองไปแล้วก็รอเวลาไปหลายเดือน
ในที่สุดก็ถึงเดือนสิงหาฯ ซะที!!
เหลืออีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะถึงวันเดินทางแล้ว
ก็เลยลองเช็กดูว่าการจองเรียบร้อยดีไหม
พอเช็กดูแล้ว สถานะการจองก็ขึ้นว่ายืนยันเรียบร้อย
ไม่มีปัญหาอะไรเลย
แต่เห็นว่ามีให้เช็กอินได้ ก็เลยลองกดดูเล่นๆ
ปรากฏว่าทำได้เฉย! ก็เลยเช็กอินไปเลยทั้งขาไปและขากลับ
(ปกติเขาจะเช็กอินกันก่อนวันเดินทางแค่วันเดียวไม่ใช่เหรอเนี่ย)
พอเช็กอินปุ๊บ ที่นั่งก็ถูกสุ่มให้เลย
อ้าว... งงเลย
แถมถ้าอยากเปลี่ยนจากที่นั่งธรรมดา ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกต่างหาก
(โถ่....)
ลองไปหาข้อมูลดู ปรากฏว่า AirAsia เขาก็เป็นแบบนี้มานานแล้วนะ
ถ้าเช็กอินผ่านมือถือ จะได้ที่นั่งแบบสุ่ม
(เอ้า! มีแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย)
สำหรับการเช็กอินกับ AirAsia
ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ด้านล่างนี้เลย
1. เข้าสู่ระบบบนเว็บไซต์ AirAsia
2. หลังจากเข้าสู่ระบบแล้ว เลือก 'การจองของฉัน'
หรือจะคลิก 'เช็กอิน' ได้เลยก็ได้
(ถ้ามีรหัสการจองอยู่ในมือนะ)
3. ในหน้า 'การจองของฉัน' คลิกที่แถบด้านขวา
แล้วเลือก 'เช็กอิน'
4. กรอกข้อมูลหนังสือเดินทางของผู้โดยสาร
และคลิกยินยอมเรื่องสิ่งของบนเครื่องบิน
ก็จะเช็กอินได้ง่ายๆ ทันทีเลย
พอกดเช็กอินเสร็จปุ๊บ ที่นั่งก็ถูกสุ่มให้ทันทีเลยจ้า
????
ยังไม่ได้เลือกที่นั่งเลยนะเนี่ย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
แต่คิดว่า 'เอาน่า เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนที่นั่งก็ได้มั้ง~'
ก็เลยกด 'เปลี่ยนที่นั่ง'

ได้ที่นั่งแถว 10 ที่ถูกสุ่มมาให้
นั่งติดกัน 2 ที่เลย
ถือว่าอยู่ด้านหน้าพอดี ก็โอเคเลยนะ!!
แต่พอเห็นที่นั่งที่เลือกได้
ซึ่งอยู่ด้านหน้าไปอีก ก็เลยลองเลือกดู ปรากฏว่า...
ต้องจ่ายเงินเพิ่มนะจ๊ะ ^^
สำหรับที่นั่งแถวหน้าสุด ราคาประมาณ 900 บาท

ที่นั่งด้านหน้าทั่วไป ราคาประมาณ 700 บาท
ที่นั่งทางออกฉุกเฉิน ประมาณ 1,000 บาท
และที่นั่งธรรมดาอื่นๆ ประมาณ 500 บาท
จริงๆ ก็พอจะรู้แหละว่าที่นั่งด้านหน้าสุด
กับที่นั่งทางออกฉุกเฉินต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
แต่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกเลยที่ที่นั่งธรรมดาก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วยเนี่ย!
ดังนั้น สำหรับ AirAsia
เพราะเราไม่สามารถเลือกที่นั่งธรรมดาได้ตามใจชอบ
ก็เลยอยากให้ทุกคนจำไว้เป็นข้อมูลเวลาจะจองนะจ๊ะ
หลังจากเช็กอินเที่ยวบินขาไปโคตาคินาบาลูแล้ว
ก็เลยเช็กอินเที่ยวบินขากลับอินชอนด้วย
คราวนี้ได้แถว 22...
พอเข้าไปดูสถานะที่นั่งโดยการกดเปลี่ยนที่นั่ง
แม้ว่าจะมีที่นั่งว่างข้างหน้าเยอะแยะเลยนะ
แต่ดันได้ที่นั่งแถวหลังสุด
สงสัยว่ามันสุ่มจริงๆ นั่นแหละ
ถ้าลองดูสถานะที่นั่งดีๆ
จะเห็นว่าที่นั่งที่ถูกทำเครื่องหมายเป็นสีแดง
คือที่นั่งที่ถูกสุ่มให้
ขาไปได้ที่นั่งริมทางเดินด้านหน้า
ขากลับได้ที่นั่งริมหน้าต่างด้านหลัง
แต่ก็ยังดีที่ขาไปได้ที่นั่งที่ถือว่าโอเคอยู่นะ
ก็เลยโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
พอเช็กอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็สามารถดาวน์โหลดตั๋วเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์ของผู้โดยสารแต่ละคน
เพื่อใช้ตอนขึ้นเครื่องได้เลย
ถ้าอยากดูในมือถือแบบสะดวกๆ
ก็โหลดแอป AirAsia มาใช้เลย
แล้วเข้าสู่ระบบเพื่อใช้งาน
หรือไม่ก็ดาวน์โหลด Boarding Pass ผ่านคอมพิวเตอร์
แล้วเซฟไฟล์ PDF เก็บไว้
ใช้ได้เลย ไม่ติดอะไร
พอโหลดไฟล์ PDF ออกมาดู
มันเป็นรูปภาพที่ปรับให้เหมาะกับหน้าจอมือถือเป๊ะ!
มีบาร์โค้ดแล้ว ก็น่าจะไปทำเรื่องเช็กอินได้เลย
แล้วก็บอร์ดดิ้งได้เลยมั้ง?
แต่เดี๋ยว! AirAsia ขึ้นชื่อเรื่อง
การชั่งน้ำหนักสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องที่โคตรจะเป๊ะ!
เคยอ่านบล็อกนึง เค้าบอกว่า
เช็กอินได้ผ่านฉลุยนะ แต่ก่อนขึ้นเครื่องแป๊บเดียว
โดนเรียกชื่อ แล้วก็โดนตรวจกระเป๋าแยกจ้า
ดังนั้นนะจ๊ะ ต่อให้เช็กอินผ่านมือถือมาแล้ว
ก็ยังต้องไปทำเรื่องที่เคาน์เตอร์อยู่ดี!!
เคาน์เตอร์เช็กอิน AirAsia อยู่ที่
M
คงเพราะเป็นไฟลต์ดึกมั้ง แถวเลยไม่ยาวมาก
รอแค่คิวสองคิวก็เช็กอินได้เลย
ยื่น E-boarding pass ให้ดู
แล้วก็บอกว่าเช็กอินมือถือมาแล้ว
เค้าบอกว่าถ้าจะขึ้นเครื่อง ต้องออกตั๋วเป็นแบบกระดาษก่อนนะ
ถึงจะขึ้นเครื่องได้
พูดจบก็ชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่ถือขึ้นเครื่องทีละใบเลยจ้า
สัมภาระถือขึ้นเครื่องไม่เกิน 7 kg
(สัมภาระส่วนตัว; เป้สะพายหลังไม่ชั่งแยกนะ)
เพื่อให้น้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน เลยต้องไปซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทางจาก Daiso มาชั่ง แทบตายกว่าจะได้ 7 kg พอดี๊พอดี! ;
พอเช็กน้ำหนักกระเป๋าเสร็จ เค้าก็ออกตั๋วแบบกระดาษให้
อ้อ ตอนเช็กอินนะ เค้าบอกว่าไฟลต์นี้โอเวอร์บุ๊ก เลยฝากกระเป๋าใต้เครื่องได้ฟรีเลยจ้ะ
(ใครอยากโหลดก็โหลดได้เลย)
พอเช็กอินเสร็จ ก่อนเข้าเกต
ก็แวะจิบเบียร์เบาๆ ที่ Shake Shack Burger
เป็นไฟลต์กลางคืน ดื่มเบียร์นิดหน่อยแล้วหลับสบายๆ น่าจะดี
ตอนแรกอยากดื่มเบียร์ลาเกอร์นะ แต่สงสัยเพราะดึกแล้ว
เลยมีแค่ IPA กับเบียร์เอล
ประตูขึ้นเครื่อง AirAsia ไปโคตาคินาบาลูคือเกต 110
(เทอร์มินอล 1 สนามบินอินชอน)
นั่งรถไฟไปลงที่อาคารผู้โดยสาร
พอขึ้นบันไดเลื่อนมา จะเจอทางซ้ายมือเลย
เห็นร้าน LAGRILLIA จ้า
ตอนแรกก็คิดว่าอยากให้มีร้านขายเบียร์จังเลย
แล้วก็เจอพอดีเป๊ะ!
มีเบียร์ Corona, Hoegaarden, Heineken แบบขวดขายอยู่
แอลกอฮอล์มีเท่านี้แหละ
ขอบอกอีกอย่างว่า
เครื่องดื่มเย็นๆ ที่มีฝาปิด
ที่ซื้อจากโซนดิวตี้ฟรี เอาขึ้นเครื่องได้นะ
จิบเบียร์เย็นๆ ให้หลับสบายไปเลยสิคะ ㅋㅋㅋ
แต่ขอบอกเลยว่าราคาเบียร์นั้น... โหดมากแม่!
เกือบประมาณ 200 บาท ต่อขวดเลยนะ ㅋㅋㅋ
ขึ้นเครื่อง AirAsia ที่เกต 110
จริงๆ ไฟลต์ 01:05 น. กะจะมาถึงสนามบินสัก 5 ทุ่ม แต่ประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง ก็มีข้อความมาบอกว่าเครื่องดีเลย์ไป 35 นาที
ก็เอาน่า! โชคดีไป ได้จิบเบียร์ชิลล์ๆ ก่อนขึ้นเครื่องไปเลย ถือว่าโอเคอยู่
ไฟลต์ออก 01:40 น. ก็มาถึงเกต 01:10 น.
แล้วก็ขึ้นเครื่องได้เลย
AirAsia ที่ขึ้นชื่อเรื่องที่นั่งแคบ
พอได้เห็นที่นั่งจริงๆ ก็แคบสมคำร่ำลือ!
(ถึงจะบอกว่าเน้นคนเอเชียก็เถอะ แต่นี่มัน...)
สภาพที่นั่งก็งั้นๆ นะ

ผู้ชายสูง 180 ซม. ขึ้นไป เข่าจะชนเบาะหน้า
ผู้หญิงสูง 160 ซม. ขึ้นไป จะรู้สึกกว้างหน่อย
สรุปคือผู้ชายตัวใหญ่ๆ ขึ้นไปนั่งคือแคบจริง!
(โชคดีที่ได้ที่นั่งริมทางเดิน เลยพอไหว)

แอร์เย็นฉ่ำ เปิดเต็มที่
ควันนี่คือเล่นใหญ่มาก ㅋㅋㅋ
ตอนแรกก็ร้อนนะ แต่พอใกล้จะถึง
ก็เริ่มจะหนาวละ
(ถ้าขี้หนาว พกเสื้อคลุมหรือผ้าห่มเล็กๆ มาด้วยนะ)
ตอนเครื่องขึ้น-ลง เค้าก็ปิดไฟให้
แต่พอเครื่องขึ้นแล้ว เค้าก็เปิดไฟตลอดทางเลย
ถ้าพกผ้าปิดตาไปด้วยก็น่าจะช่วยได้เยอะนะ
(แนะนำผ้าปิดตาแบบอุ่นร้อนใช้แล้วทิ้งของ Daiso)
เครื่องลงจอดแบบนุ่มนวลสุดๆ Good Job!
โคตาคินาบาลูทริปนี้ สตาร์ทเลยจ้า! ✈️